Sunday, November 12, 2006

'แผนที่คนดี' ยุทธศาสตร์อยู่เย็นเป็นสุข

นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ให้ข้อคิด ถึงแนวทางเสริมสุขภาพบ้านเมือง มี 3 ยุทธศาสตร์ กล่าวคือ
ยุทธศาสตร์ที่ 1 สังคมไม่ทอดทิ้งกัน สามารถทำได้ทั้งประเทศภายใน 3 เดือน เพราะเครื่องมือมีอยู่แล้ว เงินทองมีอยู่ ยกตัวอย่างในสังคมจะมีคนที่ถูกทอดทิ้ง คนจน คนแก่ คนสติไม่สมประกอบ ลูกกำพร้า เห็นได้ตามสื่อมวลชนนำเสนอตลอดเวลา ทั้งที่ประเทศไทยมีอาหารเพียงพอและส่งออกด้วย ดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับตำบล หมู่บ้าน ต้องไปสำรวจภายในชุมชนตนเองว่ามีใครถูกทอดทิ้งบ้าง ซึ่งรัฐบาลมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยินดีจะจ่าย 37.5 บาทต่อหัว เมื่อรวมแล้วสมมติมี 10,000 คน ก็เท่ากับ 375,000 บาท องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สมทบอีก 100,000 บาท ทั้งหมดเป็นเงินเกือบ 500,000 บาท โรงพยาบาลชุมชนยังสมทบอีก และ พม.จะช่วยเบื้องต้นสำหรับคนที่ถูกทอดทิ้งในตำบลอีกด้วย นอกจากนี้ ถ้าคนในสังคมมีสปิริตพอ สามารถเป็นอาสาสมัคร หรือรัฐบาลประกาศเป็นนโยบายสังคม ให้นักเรียนนักศึกษาหรือข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจช่วยกัน คนหนึ่งใช้เวลา 2 อาทิตย์ต่อปีเป็นอาสาสมัคร โดยไม่คิดวันลา เพื่อมาช่วยดูแลคนพิการ และคนอีกร้อยแปดที่ถูกทอดทิ้ง
ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ ความเข้มแข็งของชุมชน ท้องถิ่น และประชาสังคม จะลงมือทำได้ต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานร่วมกับประชาสังคม แล้วพัฒนาอย่างบูรณาการทั้งจังหวัด แก้ปัญหาไปพร้อมกันทั้งความยากจน รักษาสิ่งแวดล้อม เรื่องวัฒนธรรม ศีลธรรม
ยุทธศาสตร์ที่ 3 สังคม คุณธรรม เรามีองค์กรศาสนา มีวัดกว่า 30,000 แห่ง ถ้าไปส่งเสริมความเข้มแข็งขององค์กรศาสนาก็จะทำให้สังคมมีคุณธรรมมากขึ้น ซึ่งต้องมีการจัดการที่ดี ทำวัดให้สะอาด ให้ร่มรื่น มีหลวงปู่สอนกรรมฐาน เพราะเดี๋ยวนี้คนเครียดมากขึ้นจากการทำงาน เมื่อจะกลับบ้าน จะได้แวะไปวัด ไปไหว้พระ นั่งกรรมฐาน จิตใจได้สงบ และวัดควรจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุ เพราะจะเหงาเมื่อเวลาอยู่บ้านคนเดียว ทั้งหมดขึ้นอยู่กับวิธีการจัดการ ถ้าจัดการเป็นจะเกิดประโยชน์มากมาย บางเรื่องรัฐบาลจัดการไม่เป็น บางเรื่องเอ็นจีโอจัดการไม่เป็น ซึ่งหาคนที่จัดการเป็น อาจเป็นนักธุรกิจเพื่อกิจการส่งเสริมศาสนาก็ได้ จะช่วยให้วัดและชุมชนมีการจัดการที่ดี
อาสาสมัครและสื่อสาร ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะขยายความดี ถ้าเราไปสอนให้คนทำดี ถือว่ายากมาก แต่เมื่อคิดให้ดีความดีมีอยู่แล้ว พ่อก็ใช่ แม่ก็ใช่ คนรอบตัวเราก็ใช่ แต่ก็ไม่มีคนรู้ ฉะนั้น ความดีมีอยู่ในพื้นที่ทุกตารางเมตร แล้วเราจะทำอย่างไร เราต้องไปหา
เรามีโรงเรียนกว่า 30,000 โรง ทำโครงการ “แผนที่คนดี” ขึ้นมา วัดทุกวัด ชุมชนทุกแห่งช่วยกันทำแผนที่คนดี ที่สุดเราก็จะไปเจอ บางท่านเป็นครู เป็นพระ เป็นชาวบ้าน ข้าราชการ นักธุรกิจแล้วแต่ ก็จะรู้ว่ามีคนดีอยู่ในชุมชน

เก็บความจากข่าว วันที่ 12 พย 49