Friday, October 27, 2006

ดัชนีอยู่เย็นเป็นสุข

"ดัชนีอยู่เย็นเป็นสุข...สร้างสุขได้อย่างไร?"
ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปี 2549
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2549 ห้องย่อยที่ 3

1 comment:

SV said...

โดย ผู้จัดการออนไลน์
28 ตุลาคม 2549 14:34 น.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภูฏาน เผยนโยบายรักษาโรคฟรีแก่ประชาชนใช้มากว่า 40 ปี ถือเป็นการลงทุนที่ภาครัฐต้องทำเพื่อความสุขของประชาชน ตามดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวมประชาชาติ ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของภูฏานนิยมมารักษาพยาบาลในเมืองไทย งานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียง สู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการอิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 2 วันนี้ (28 ต.ค.) ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนเดินทางมาชมนิทรรศการภายในลานสมัชชาสุขภาพและรับฟังการบรรยายและปาฐกถาในหัวข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะในวันนี้ นพ.จิ๊กมี ซิกเย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ได้เดินทางมาร่วมงานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ความสุขมวลรวมประชาชาติ:ประสบการณ์จากภูฏาน” นพ.จิ๊กมี ซิกเย กล่าวถึงนโยบายด้านสุขภาพของภูฏาน ว่า นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1961 (พ.ศ.2504) ภูฏานมีโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในการให้บริการรักษาโรคฟรีแก่ประชาชนตามพระราชประสงค์ของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงมองเรื่องการให้บริการสังคมควรเป็นบริการฟรี โดยเฉพาะด้านสุขภาพถือเป็นการลงทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย และเป็นหนึ่งในการชี้วัดความสุขมวลรวมประชาชาติ (GNH) ของภูฏาน นอกจากนี้ หากไม่สามารถรักษาได้รัฐบาลต้องย้ายผู้ป่วยไปต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยและภูฏานมีโครงการความร่วมมือระหว่างกัน เช่น รพ.ราชวิถี รพ.ศิริราช รพ.สงฆ์ และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ทั้งนี้ ชาวภูฏานส่วนใหญ่ยังนิยมเข้ารับบริการในโรงพยาบาลของไทย ทั้งรัฐและเอกชน เพราะเชื่อมั่นในบริการที่มีคุณภาพและมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม “รัฐบาลภูฏานมองเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องการลงทุนมากกว่าค่าใช้จ่าย ถือเป็นบทบาทของรัฐบาลที่เน้น GNH ต้องคำนึงถึงการเข้าถึงบริการของประชาชน แต่รัฐบาลภูฏานก็กำลังหาทางสร้างกองทุนขึ้นมาเพื่อรับภาระค่าใช้จ่ายในบางเรื่อง คือถ้าได้บริจาคเงินจากบางประเทศ 1 ดอลลาร์ รัฐบาลก็สมทบ 1 ดอลลาร์ ถ้ากองทุนมีจำนวนมากขึ้นก็สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย เช่น ยา วัคซีนได้” รัฐมนตรีสาธารณสุขภูฏาน กล่าวและว่า ปัจจุบันประเทศไทย นับว่าได้ให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขแก่ภูฏานอย่างมาก โดยเฉพาะการให้ทุนแก่นักศึกษาแพทย์ การเพิ่มขีดความสามารถเรื่องการล้างไตในสถานบริการภูฏานซึ่งกำลังเป็นปัญหาอยู่ รวมทั้งการส่งเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ด้านหู คอ จมูก ไปให้บริการในพื้นที่ของภูฏาน