Friday, November 10, 2006

บอร์ด สศช.ผ่าน 5 เกณฑ์ดัชนีความสุข

กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นชอบความหมายของดัชนีชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุข และ 5 องค์ประกอบนำไปสู่ความอยู่เย็นเป็นสุข ไม่ใช้ตัวเลขวัดดัชนีความสุข แต่ใช้วัดความเข้มแข็งของชุมชนและการพัฒนาที่ได้รับ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ สศช. ซึ่งพิจารณาการพัฒนาตัวชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทย ตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ว่า คณะกรรมการพิจารณาดัชนีชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุข หมายถึง ความพอใจในการดำเนินชีวิตของคน ทั้งจิต กาย ปัญญา ที่เชื่อมโยงสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นองค์รวม และสัมพันธ์ได้ถูกต้องดีงาม นำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ระบบบริหารจัดการที่เป็นธรรม

นายอำพนกล่าวว่า ความอยู่เย็นเป็นสุขอธิบายได้ 5 องค์ประกอบในการดำรงชีวิตของคนไทย คือ 1.ด้านเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ การทำมาหากิน ที่มีรายได้และหลักประกันความมั่นคงในชีวิต 2. ความเข้มแข็งของคนทั้งในสังคม ชุมชน และครอบครัว 3.ความมีสุขภาวะที่ดี ทั้งจิตใจ อารมณ์ ร่างกาย และสติปัญญา อย่างสมดุลและเข้าถึงหลักศาสนา 4.อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และ 5.หลักธรรมาภิบาลที่มีสิทธิเสรีภาพ และการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ ภายในเวลา 2 เดือน จะนำการกำหนดตัวชี้วัดรายงานต่อคณะกรรมการอีกครั้ง ซึ่งตัวชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุข จะไม่ใช่ตัวเลขวัดเหมือนเศรษฐกิจว่าเติบโตหรือลดลงร้อยละเท่าไร แต่จะดูความเข้มแข็งของครอบครัว สถิติการหย่าร้าง เด็กได้รับการพัฒนาการศึกษาอย่างไร โดยในแต่ละชุมชนสังคมจะมีความต่างกันไปตามภูมิหลัง

นอกจากนี้ คณะกรรมการรับทราบรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2549 และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549 ปลายเดือนนี้ สศช.จะจัดประชุมสร้างความเข้าใจ สนับสนุนสร้างองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ เชื่อมโยงกับเครือข่ายขับเคลื่อนดัชนีวัดความเป็นอยู่ตามแผนฯ 10 รวมกับนโยบายรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาดัชนีชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทย ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนากรอบแนวคิด ของความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภายในระยะเวลา 3 เดือนต่อจากนี้ สศช.จะเร่งดำเนินการจัดทำดัชนีชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุข และใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างแนวคิดเรื่องความอยู่เย็นเป็นสุข ให้เป็นกระแสหลักในสังคม สร้างกระบวนการมีส่วนร่วม และเครือข่ายในการจัดทำดัชนีชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุข รวมทั้งขยายไปสู่ระดับพื้นที่จังหวัด ท้องถิ่น และชุมชน

การดำเนินการจะเริ่มจากการปรับปรุงกรอบแนวคิด องค์ประกอบ และประเด็นการพัฒนาดัชนีชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมในสังคมไทย เพื่อนำไปสู่การจัดทำรายละเอียดดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขเบื้องต้น ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่าย และภาคีที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงจัดทำรายงานสถานะความอยู่เย็นเป็นสุขของสังคมไทยเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา และรายงานต่อสาธารณะ รวมทั้งนำเสนอในการประชุมประจำปี 2550 ของ สศช.

นอกจากนี้ ยังจะสนับสนุนสร้างองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ เชื่อมโยงกับเครือข่ายขับเคลื่อนดัชนีชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุข อาทิเช่น ศูนย์คุณธรรม สปรส. สกว. สพน. สำนักวิจัยเอแบค โพลล์ และประสานความร่วมมือเชื่อมโยงองค์ความรู้ในการพัฒนา และใช้ประโยชน์ดัชนีชี้วัดสู่การจัดทำดัชนีในระดับชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด ตลอดจนพื้นที่ชนบท-เมือง พร้อมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาดัชนีชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุขขึ้น เพื่อให้มีดัชนีชี้วัดที่ครอบคลุม ครบถ้วน สามารถชี้วัดความอยู่เย็นเป็นสุขได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมต่อไป

No comments: